ถ้าคุณเป็น ผู้รับเหมา ฝ่ายจัดซื้อ หรือเจ้าของบ้าน ที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างในช่วงนี้ คงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากต้นทุนวัสดุที่พุ่งขึ้นทุกทิศทาง โดยเฉพาะ "ราคาเหล็ก" ทั้งเหล็กเส้น เหล็กแผ่น และเหล็กโครงสร้างแทบทุกประเภท
ทำไมราคาเหล็กถึงพุ่ง?
ต้นตอของเรื่องนี้คือ วิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกปิด ส่งผลให้
• ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 128 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต้นเมษายน 2569
• ราคาดีเซล B7 ในไทยทำสถิติใหม่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นกว่า 68% ในเวลาเพียง 6 สัปดาห์
น้ำมันแพงดันราคาเหล็กขึ้นได้จริงหรือ?
งานวิจัยของ S&P Global (Platts) พบว่าราคาน้ำมันกับราคาเหล็กมีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) เฉลี่ย 0.64 จากข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลาง-สูง
กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก อธิบายว่าผลกระทบเกิดขึ้นพร้อมกัน 4 จุด
1. ค่าขนส่งเหล็กในประเทศ ที่ใช้ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักแพงขึ้น
2. ต้นทุนเชื้อเพลิงในการหลอมและผลิตเหล็ก สูงขึ้น
3. ค่าระวางเรือขนส่งระหว่างประเทศ พุ่ง
4. ค่าไฟฟ้า ปรับตัวขึ้นตามราคาพลังงาน
ข้อมูลจาก SCB EIC ระบุว่า ต้นทุนพลังงานคิดเป็น 35-50% ของต้นทุนรวม ในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง และที่สำคัญ ไทยนำเข้าเหล็กคิดเป็นสัดส่วนถึง 55% ของการใช้ทั้งหมด โดยนำเข้าจากจีนมากถึง 46% (ข้อมูล SteelRadar ปี 2568) ค่าระวางเรือที่แพงขึ้นจึงกระทบราคาเหล็กที่คนไทยต้องจ่ายโดยตรง
5 เทคนิคซื้อเหล็กให้คุ้มค่า ในยุคต้นทุนพุ่ง
เทคนิคที่ 1 - วางแผนซื้อเหล็กล่วงหน้า (Forward Buying)
เมื่อคุณรู้ว่าโปรเจกต์จะเริ่มในอีก 2-3 เดือน ให้ จับตาแนวโน้มราคาและล็อกราคาไว้ก่อน แทนที่จะรอซื้อตอนเริ่มงาน เพราะผู้ผลิตมักประกาศขึ้นราคาเป็นระลอก โดยติดตามราคาเหล็กรายวัน สอบถามราคาจากผู้จำหน่ายหลายราย และเมื่อเห็นราคาที่รับได้ ขอใบเสนอราคาและล็อกราคาทันที
เทคนิคที่ 2 - ซื้อเป็นล็อตใหญ่ เพื่อขอราคาส่ง
ประเทศไทยใช้เหล็กรวมประมาณ 16.2 ล้านตันต่อปี (สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย, 2568) ตลาดมีผู้จำหน่ายจำนวนมาก การแข่งขันสูง หมายความว่าคุณมี อำนาจต่อรอง โดยเฉพาะเมื่อสั่งจำนวนมาก ดังนั้น การคำนวณปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ใน 3-6 เดือนข้างหน้า ส่งขอใบเสนอราคาจาก 3-5 ราย แล้วเปรียบเทียบ "ราคาต่อตัน + ส่วนลด + ค่าขนส่ง + เงื่อนไขชำระเงิน" เป็นสิ่งที่ทำได้เลย
เทคนิคที่ 3 - เลือกร้านที่ "รวมค่าขนส่ง" หรือมีจุดส่งใกล้หน้างาน
ในภาวะปกติ ค่าขนส่งเหล็กคิดเป็นเพียง ~1% ของราคา แต่เมื่อดีเซลขึ้น 68% ใน 6 สัปดาห์ ตัวเลขนี้พุ่งอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน การสำรวจระยะทางจากร้านค้าสู่หน้างานสามารถช่วยคำนวณค่าขนส่งเบื้องต้นได้ หรือบางร้านอาจมีการส่งฟรีในรัศมีที่กำหนดก็จะช่วยลดต้นทุนได้ดีเยี่ยม
เทคนิคที่ 4 - เลือกเกรดเหล็กให้ตรงงาน — ไม่ Over-spec
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการสั่งเหล็กเกรดสูงเกินกว่าที่งานต้องการ เช่น ใช้ SD40T ในงานที่ SD40 ก็พอ หรือสั่งเหล็กแผ่นหนากว่าสเปก แต่สิ่งที่ห้ามประหยัดเด็ดขาดคือ เหล็ก มอก. เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีน้ำหนักและความหนาต่ำกว่าสเปก กระทบความปลอดภัยของโครงสร้างโดยตรง ดังนั้น ควรปรึกษาวิศวกรเรื่องข้อกำหนดเกรดที่แท้จริง ตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. ทุกครั้ง และสั่งซื้อตามแบบอย่างเคร่งครัด
เทคนิคที่ 5 - จับจังหวะตลาด — ซื้อเหล็กช่วงที่ราคามักย่อตัว
ราคาเหล็กมี รอบฤดูกาล ที่ค่อนข้างชัดเจน เช่น ม.ค.–เม.ย. (ฤดูแล้ง) Peak Season ก่อสร้าง ราคาจะแข็ง ส่วน พ.ค.–ก.ย. (ฤดูฝน) การอุปสงค์ชะลอ ราคามักย่อตัว ดังนั้น การกำหนดงบล่วงหน้า แต่ยืดหยุ่นช่วงเวลาสั่งซื้อ ติดตามราคาเหล็กและราคาน้ำมันโลกสม่ำเสมอ และตัดสินใจซื้อทันทีเมื่อเห็นราคาเริ่มย่อตัว
สุดท้าย วิกฤตน้ำมันปีนี้จะกระทบราคาเหล็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผู้ที่เตรียมตัวดีย่อมรับมือได้ดีกว่า ทั้ง 5 เทคนิคนี้ สามารถช่วยลดต้นทุนค่าเหล็กได้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งสำคัญที่สุดในภาวะตลาดผันผวนคือ ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา — เช็คราคาหลายแหล่ง ติดตามราคาน้ำมันโลก และเปรียบเทียบใบเสนอราคาก่อนตัดสินใจทุกครั้ง จะช่วยให้คุณประหยัดงบได้มากกว่าที่คิด
หากต้องการเช็คราคาเหล็กวันนี้ สามารถแอดไลน์ @kuanglee ได้เลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
• น้ำมันแพงส่งผลต่อราคาเหล็กอย่างไร?
น้ำมันกระทบราคาเหล็กผ่าน 4 ช่องทางหลัก คือ (1) ต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิต (2) ค่าขนส่งในประเทศ (3) ค่าระวางเรือนำเข้า และ (4) ค่าไฟฟ้า
• ช่วงไหนของปีที่ซื้อเหล็กได้ราคาดีที่สุด?
โดยทั่วไปช่วง พฤษภาคม–กันยายน (ฤดูฝน) ราคาเหล็กมักย่อตัวจากอุปสงค์ที่ชะลอ ขณะที่ มกราคม–เมษายน เป็น Peak Season ราคามักแข็งตัว แต่หากมีวิกฤต เช่น ปี 2569 มีปัจจัยพิเศษจากวิกฤตน้ำมัน ควรติดตามราคาใกล้ชิด
• ซื้อเหล็กอย่างไรให้ได้ราคาดีในยุคต้นทุนสูง?
สรุป 5 แนวทาง: (1) วางแผนซื้อล่วงหน้าและล็อกราคา (2) รวมออเดอร์ขอราคาส่ง (3) เลือกร้านที่มีจุดส่งใกล้หน้างาน (4) เลือกเกรดให้ตรงสเปก (5) จับจังหวะช่วงราคาย่อตัว โดยเปรียบเทียบใบเสนอราคาจาก 3-5 รายทุกครั้ง
• ราคาเหล็กเส้นวันนี้เท่าไหร่?
ราคาเหล็กเส้นเปลี่ยนทุกวันตามภาวะตลาด ข้อมูลมกราคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 19,665 บาท/ตัน แต่หลังการขึ้นราคา 10-15% ในเมษายน 2569 ราคาปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควรขอใบเสนอราคาจากผู้จำหน่ายโดยตรงเพื่อความแม่นยำ
• ราคาเหล็กจะลงเมื่อไหร่?
ตามการคาดการณ์ของ U.S. EIA ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลงในไตรมาส 4 ของปี 2569 ซึ่งจะส่งผลให้แรงกดดันต่อราคาเหล็กผ่อนคลายลงตามไปด้วย แต่ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นสำคัญ
ขอบคุณข้อมูลจาก
กรุงเทพธุรกิจ
ประชาชาติธุรกิจ
SCB EIC
S&P Global (Platts)
U.S. Energy Information Administration (EIA)
World Steel Association
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT)
SteelRadar
NationThailand