เหล็กเสริม Ep.3
อัพเดทล่าสุด: 22 ต.ค. 2026
2 ผู้เข้าชม

เหมือนที่เรารู้กันว่า ‘เหล็กเสริม’ นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง โดยใช้เหล็กข้ออ้อยและเหล็กเส้นกลมในการติดตั้งตามแบบที่วิศวกรกำหนดไว้ และตามมาตรฐานวิศวกรรมการก่อสร้างจริงๆแล้ว… จะแนะนำให้เลือกใช้ลวดผูกเหล็กในการผูกเหล็กแต่ละเส้นเข้าด้วยกันเท่านั้น
ส่วนการเชื่อมไฟฟ้าเหล็กเสริม (เชื่อมแต้ม หรือ เชื่อมเต็ม) จะไม่อยู่ในมาตรฐานการก่อสร้าง เนื่องจากความร้อนอาจทำให้เหล็กเสริมนั้นสูญเสียเนื้อเหล็กบางส่วนไปได้ และมีผลต่อความแข็งแรงของเหล็กและโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กโดยรวม แต่มีข้อยกเว้นนะคะ ในกรณีการต่อเหล็กสามารถเลือกใช้วิธีเชื่อมไฟฟ้าแทนการทาบเหล็กได้นะ
เมื่อต่อเหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 25 มม. ด้วยวิธีการต่อเชื่อมแบบชน (Butt Weld) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานของการเชื่อมต่อ และสามารถรับแรงดึงได้อย่างน้อยร้อยละ 125 ของค่ากำลังครากของเหล็กที่ระบุไว้ (รอยต่อต้องมีแรงดึงได้อย่างน้อย 1.25 เท่าของแรงดึงสูงสุดของเหล็กเส้นด้วยนะคะ)
ในปัจจุบันมีข้อต่อเหล็ฏเส้น เรียกว่า ‘Coupler’ ที่ทำให้การต่อเหล็กเสริมง่าย และรวดเร็ว อีกทั้งยังได้ตำแหน่งแนวแกนเส้นเหล็กที่ตรงกันตลอดความยาวของโครงสร้างด้วยค่ะ นอกจากวิธียึดเหล็กแล้ว การเลือกประเภทของเหล็กให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ก็เป็นสิ่งสำคัญในการคำนวณและส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างเหล็กเสริมนะคะ โดยสิ่งที่เราต้องตระหนักในการเลือกเหล็กนั้น…
1. เหล็กที่ได้คุณภาพ เมื่อดัดโค้งงอต้องไม่ปริแตก หรือหักง่าย
2. เหล็กต้องไม่เป็นสนิมกินเข้าไปในเนื้อเหล็ก
3. เหล็กเส้นที่ต่อด้วยวิธีการเชื่อม หากทดสอบแล้วไม่เป็นไปตามกำหนด
ถือว่าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตชุดนั้นใช้ไม่ได้นะคะ
ใครที่กำลังมองหาเหล็กคุณภาพดีสำหรับงานเหล็กเสริม หรืองานส่วนอื่นๆ ปรึกษาเรา...กวงหลี สตีล อินดัสทรี ได้นะคะ
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
www.scgbuildingmaterials.com
ส่วนการเชื่อมไฟฟ้าเหล็กเสริม (เชื่อมแต้ม หรือ เชื่อมเต็ม) จะไม่อยู่ในมาตรฐานการก่อสร้าง เนื่องจากความร้อนอาจทำให้เหล็กเสริมนั้นสูญเสียเนื้อเหล็กบางส่วนไปได้ และมีผลต่อความแข็งแรงของเหล็กและโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กโดยรวม แต่มีข้อยกเว้นนะคะ ในกรณีการต่อเหล็กสามารถเลือกใช้วิธีเชื่อมไฟฟ้าแทนการทาบเหล็กได้นะ
เมื่อต่อเหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 25 มม. ด้วยวิธีการต่อเชื่อมแบบชน (Butt Weld) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานของการเชื่อมต่อ และสามารถรับแรงดึงได้อย่างน้อยร้อยละ 125 ของค่ากำลังครากของเหล็กที่ระบุไว้ (รอยต่อต้องมีแรงดึงได้อย่างน้อย 1.25 เท่าของแรงดึงสูงสุดของเหล็กเส้นด้วยนะคะ)
ในปัจจุบันมีข้อต่อเหล็ฏเส้น เรียกว่า ‘Coupler’ ที่ทำให้การต่อเหล็กเสริมง่าย และรวดเร็ว อีกทั้งยังได้ตำแหน่งแนวแกนเส้นเหล็กที่ตรงกันตลอดความยาวของโครงสร้างด้วยค่ะ นอกจากวิธียึดเหล็กแล้ว การเลือกประเภทของเหล็กให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ก็เป็นสิ่งสำคัญในการคำนวณและส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างเหล็กเสริมนะคะ โดยสิ่งที่เราต้องตระหนักในการเลือกเหล็กนั้น…
1. เหล็กที่ได้คุณภาพ เมื่อดัดโค้งงอต้องไม่ปริแตก หรือหักง่าย
2. เหล็กต้องไม่เป็นสนิมกินเข้าไปในเนื้อเหล็ก
3. เหล็กเส้นที่ต่อด้วยวิธีการเชื่อม หากทดสอบแล้วไม่เป็นไปตามกำหนด
ถือว่าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตชุดนั้นใช้ไม่ได้นะคะ
ใครที่กำลังมองหาเหล็กคุณภาพดีสำหรับงานเหล็กเสริม หรืองานส่วนอื่นๆ ปรึกษาเรา...กวงหลี สตีล อินดัสทรี ได้นะคะ
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
www.scgbuildingmaterials.com
บทความที่เกี่ยวข้อง
หลายคนอาจจะยังงงๆว่า ‘เหล็กเสริม’ คืออะไร? คือเหล็กชนิดไหน และมีความแตกต่างจากเหล็กอื่นๆอย่างไร? ทางนี้มีคำตอบค่ะ
20 ต.ค. 2026
เพราะในการก่อสร้างไม่สามารถใช้เหล็กชิ้นเดียวยาวตลอดทางได้ ฉะนั้นสำหรับการต่อความยาวของเหล็กจำเป็นต้องมีการ "ทาบเหล็ก" แต่จะทาบให้ดีอย่างไร มาดูกัน!
23 ต.ค. 2026
ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้กันว่า เหล็กข้ออ้อย ที่ได้มาตรฐานคือ SD 30 และ SD40 จนปัจจุบันกลายมาเป็น SD40 และ SD50 กันแล้ว แต่อยู่ๆก็มีข้ออ้อยตัว T โผล่ขึ้นมา
23 ต.ค. 2026


