รวมความหมายตัวอักษรบนเหล็กเส้น
อัพเดทล่าสุด: 23 ต.ค. 2026
2 ผู้เข้าชม

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้มีการบังคับให้กำหนดมาตรฐานสำหรับเหล็กเส้นกลม (มาตรฐาน มอก.20-2559) และเหล็กข้ออ้อย (มอก. 24-2559)ให้ตีตราปั้มโดยระบุดังนี้
ตำแหน่งนับจากซ้ายไปขวา
1. ชื่อหรือโรงงานผู้ผลิตตามการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เช่น SCG หรือ TATA หรือในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้า ให้ระบุผู้ที่ได้รับอนุญาตจัดจำหน่าย
2. ประเภท หรือขนาดของเหล็ก เช่น DB12 DB16 RB6 หรือ RB12
3. ชั้นคุณภาพและกระบวนการผลิต โดย SD จะระบุสำหรับชั้นคุณภาพของเหล็กข้ออ้อย (เช่น SD40 SD50) และ SD ระบุชั้นคุณภาพของเหล็กเส้นกลม (เช่น SR24)
*บางชนิดอาจมีตัว ’T’ ตามหลัง ที่เป็นการบ่งบอกถึงเหล็กที่ผ่านกระบวนการทางความร้อนและนำไปทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วจนได้คุณสมบัติทางกล โดยจะมีความแข็งแรงบริเวณรอบนอกอย่างมาก จึงไม่ควรนำไปใช้ในการกลึงหรือลดขนาดเหล็กในการนำไปใช้งานหรือทดสอบ ส่วนเหล็กที่ไม่มี ’T’ หรือ เหล็ก Non-T จะมีราคาสูงกว่า เพราะเติมสารพิเศษเข้าไป ทำให้เหนียว ทนต่อการดัดโค้งได้ดีและหายากในท้องตลาด โครงสร้างของเหล็ก Non-T จะเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมดและมีความแข็งแรงเท่ากันตลอดหน้าตัด
4. ชนิดของการหลอมเหล็ก โดยในประเทศไทยมี 2 วิธี คือ
- EF : กระบวนการผลิตเหล็กให้มีความบริสุทธิ์ สะอาด และมีการผสมสารต่างๆลงไปเพื่อให้เหล็กมีความแข็งแรงมากขึ้น โรงงานผลิตในประเทศจะใช้วิธีนี้ แต่ด้วยต้นทุนที่สูงและสู้ราคาเหล็กถูกกว่าจากประเทศจีนไม่ไหว ในบางโรงงานจึงได้หยุดทำไป
- IF : เหล็กทั่วไปที่ผ่านกระบวนการผลิต ไม่สามารถทำให้เหล็กสะอาดหรือบริสุทธิ์ได้ มีสิ่งเจือปน แต่เนื่องจากเหล็กเหล่านี้ไม่สามารถทำการผลิตในประเทศจีนได้ ด้วยกฎหมายที่ห้ามผลิตเนื่องจากก่อมลพิษสูง จึงมีการผลิตจากโรงงานจีนที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยโรงงานเหล่านี้ได้รับ มอก. ตามกฎหมาย
บนความเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับเหล็กตัว 'T'
ขอบคุณข้อมูลจาก All about บ้าน
ตำแหน่งนับจากซ้ายไปขวา
1. ชื่อหรือโรงงานผู้ผลิตตามการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เช่น SCG หรือ TATA หรือในกรณีที่เป็นสินค้านำเข้า ให้ระบุผู้ที่ได้รับอนุญาตจัดจำหน่าย
2. ประเภท หรือขนาดของเหล็ก เช่น DB12 DB16 RB6 หรือ RB12
3. ชั้นคุณภาพและกระบวนการผลิต โดย SD จะระบุสำหรับชั้นคุณภาพของเหล็กข้ออ้อย (เช่น SD40 SD50) และ SD ระบุชั้นคุณภาพของเหล็กเส้นกลม (เช่น SR24)
*บางชนิดอาจมีตัว ’T’ ตามหลัง ที่เป็นการบ่งบอกถึงเหล็กที่ผ่านกระบวนการทางความร้อนและนำไปทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วจนได้คุณสมบัติทางกล โดยจะมีความแข็งแรงบริเวณรอบนอกอย่างมาก จึงไม่ควรนำไปใช้ในการกลึงหรือลดขนาดเหล็กในการนำไปใช้งานหรือทดสอบ ส่วนเหล็กที่ไม่มี ’T’ หรือ เหล็ก Non-T จะมีราคาสูงกว่า เพราะเติมสารพิเศษเข้าไป ทำให้เหนียว ทนต่อการดัดโค้งได้ดีและหายากในท้องตลาด โครงสร้างของเหล็ก Non-T จะเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมดและมีความแข็งแรงเท่ากันตลอดหน้าตัด
4. ชนิดของการหลอมเหล็ก โดยในประเทศไทยมี 2 วิธี คือ
- EF : กระบวนการผลิตเหล็กให้มีความบริสุทธิ์ สะอาด และมีการผสมสารต่างๆลงไปเพื่อให้เหล็กมีความแข็งแรงมากขึ้น โรงงานผลิตในประเทศจะใช้วิธีนี้ แต่ด้วยต้นทุนที่สูงและสู้ราคาเหล็กถูกกว่าจากประเทศจีนไม่ไหว ในบางโรงงานจึงได้หยุดทำไป
- IF : เหล็กทั่วไปที่ผ่านกระบวนการผลิต ไม่สามารถทำให้เหล็กสะอาดหรือบริสุทธิ์ได้ มีสิ่งเจือปน แต่เนื่องจากเหล็กเหล่านี้ไม่สามารถทำการผลิตในประเทศจีนได้ ด้วยกฎหมายที่ห้ามผลิตเนื่องจากก่อมลพิษสูง จึงมีการผลิตจากโรงงานจีนที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยโรงงานเหล่านี้ได้รับ มอก. ตามกฎหมาย
บนความเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับเหล็กตัว 'T'
ขอบคุณข้อมูลจาก All about บ้าน
บทความที่เกี่ยวข้อง
สนิมกับเหล็กเค้าเป็นศัตรูกันมาแต่ไหนแต่ไรละจ่ะ และสนิมแต่ละสีแตกต่างกันอย่าง แล้วมีวิธีจัดการยังไง...มาดูกัน!
22 ต.ค. 2026
มาตรฐาน มอก. ที่ใช้ในการรับรองมีกี่แบบ? สำหรับฉบับอัพเดทตล่าสุดสำหรับ มอก.บังคับสำหรับ 'เหล็ก' มีอะไรบ้าง? เพื่อความปลอดภัยระยะยาว
22 ต.ค. 2026
มันจะงงๆหน่อย เวลาไปซื้อเหล็กเพลา อยู่ๆกับมีเพลาขาว เพลาแดง เพลาฟ้า และเพลาหกเหลี่ยม แล้วแต่ละแตกต่างกันอย่างไร? ใช้แบบไหนให้เหมาะสมกับงานที่ต้องการ
22 ต.ค. 2026


